บ้านนอร์เวย์ ‘ญาญ่า’ มีสวนพลัม

News

สวมบทแม่ศรีเรือน ฝึกทำแยมก่อนออกเรือน< /p>
บ้านสวนพลัมที่นอร์เวย์ ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ต้องห่างพ่อตั้งแต่ 14 หลังเข้าวงการ

 

ไม่มีคิวถ่ายละครเมื่อไหร่ นางเอกสาวคนสวย ญาญ่า อุรัสยา ก็จะบินกลับไปหาคุณพ่อและพี่สาวที่ประเทศนอร์เวย์อยู่เสมอ

 

สาวญาญ่าก็เดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของเธอ และการไปนอร์เวย์รอบนี้ สาวญาญ่ากลับไปตรงกับช่วงที่ผลไม้ที่สวนหลังบ้านกำลังออกลูกออกผลมากมาย

 

โดยสวนหลังบ้านที่สาวญาญ่าเปิดอวดแฟนๆ ในครั้งนี้ก็คือสวนต้นพลัมที่มีลูกดกมากๆ ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวสุดลูกหูลูกตา ในเมื่อมีผลผลิตเยอะ

 

จะกินสดก็กินไม่ทัน ด้วยความเป็นแม่ศรีเรือน สาวญาญ่าเลยเนรมิตลูกพลัมสดให้เป็นแยมลูกพลัมทันที ดูจากภาพที่สาวญาญ่าทำมาอวดนั้น ดูน่าทานไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ก่อนหน้านี้ญาญ่าได้ออกมาสัมภาษณ์ว่า ตัวคุณเองคิดเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วยวิธีไหน ด้วยความสุข ความสุขเป็นคำอีกหนึ่งคำที่ไม่มีขอบเขต

 

เราแค่เดินออกจากบ้าน แล้วเห็นอะไรสวยๆ ผ่านหน้าไปสักอย่าง นั่นก็เป็นความสุขแล้ว เรามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตหลายอย่างมาก อยู่ที่ว่าความเชื่อของเรานั้นคือตรงไหน

แล้วเราก็ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับความสุขของคนอื่นเลย วันนี้ตื่นขึ้นมาแล้วได้มาทำงานที่ชอบ ได้มานั่งอยู่ตรงนี้

 

ได้คุยกับคุณในเรื่องที่ไม่ได้เป็นเรื่องพื้นๆ ได้มีโอกาสบอกคุณว่าทัศนคติของเราเป็นอย่างไร มุมมองที่เรามีต่อสังคมคืออะไร แค่นี้เราก็มีความสุขแล้วนะ

 

อยากให้คุณเล่าถึงชีวิตของเด็กสาวอย่างคุณที่กลายมาเป็นดาราดัง เรานึกถึงฉากหนึ่งในหนังเรื่อง Notting Hill

 

ซึ่งนางเอกบอกว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ เขาต้องอดอาหารตั้งแต่อายุ 12 ถึงได้เป็นดารา ชีวิตฉันเศร้าที่สุดเลย คุณมีความเห็นกับเรื่องนี้อย่างไร

 

ไม่รู้สิ มันขึ้นอยู่กับว่าชีวิตในตอนนี้เขาแฮปปี้หรือเปล่านะ อย่างชีวิตที่ผ่านมาของเราก็ต้องผ่านอะไรมาเยอะอยู่แล้ว ถ้าเราไม่เคยเจออะไรที่ยากๆ มาก่อน เราจะไม่ภูมิใจกับสิ่งที่ดีในวันนี้

 

คุณมีความอดทนฝ่าในการทำงานได้อย่างไร มักจะมีคนบ่นกันว่าเด็กรุ่นใหม่สมัยนี้ไม่รู้จักอดทน เรามีความอยากตลอดเวลานั่นแหละ แค่ในหนึ่งวันก็มีหลายร้อยอย่างแล้ว

 

แต่คำตอบนั้นคือการสร้างสมดุลมากกว่า อย่างน้อยๆ ก็ต้องสมดุลกับกิเลสร้อยอย่างในชีวิตเรา แน่นอนว่ามันเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน คุณอาจจะอยากมีซิกซ์แพ็กให้ได้ก่อนสิ้นปี

 

แต่ในความเป็นจริงคุณก็ยังต้องออกไปใช้ชีวิต มีสังคม ออกไปกินข้าวกับเพื่อนได้ คุณต้องจัดการและสร้างสมดุลให้ได้ ชีวิตคือการหาสมดุลระหว่างความอดทนและความอยากตรงนั้น

คุณเข้าวงการมาตั้งแต่ตอนอายุ 14 ตอนนั้นคุณมองยอดเขาเส้นทางไต่เต้าของสายงานอาชีพนี้ไว้อย่างไร ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *